โบว์ไว้อาลัย
QR Code LINE Official Account
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แชทกับเรา
คลิ๊กเลย
แชทกับผู้ช่วยญาดา ( AI )

ผู้ช่วยตอบคำถามทั่วไป

เชื่อมต่อแล้ว
ผู้ช่วยญาดากำลังพิมพ์...
X

อบต.บ้านถิ่น
อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู
“ เคียงคู่รู้ค่าธรรมชาติ ประชาชนชาญฉลาดทำกิน ในดินแดนสันติสุข ”
วิสัยทัศน์องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่น
ข่าวประชาสัมพันธ์
ประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนเฝ้าระวังการป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษ

สภาพแวดล้อมในช่วงฤดูฝน เหมาะกับการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ของเห็ด ทำให้มีผู้คนบางพื้นที่นิยมเก็บเห็ดไปรับประทาน แต่หลายครั้งการเก็บเห็ด ก็มีอันตรายแฝงอยู่ หากเห็ดที่เก็บไปเป็นเห็ดพิษ ซึ่งไม่สามารถแยก ออกจากเห็ด ที่สามารถรับประทานได้ ส่งผลให้มีอันตรายถึงแก่ชีวิต ถือเป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ เกี่ยวกับเห็ดพิษ ชนิดของเห็ดพิษในประเทศไทย เห็ดพิษมีหลากหลายชนิดด้วยกัน แต่ที่สำคัญในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ เช่น เห็ดระโงกหิน

กลุ่มที่ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ เช่น เห็ดเหลืองนกขมิ้น

กลุ่มที่ทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น เห็ดแดงน้ำหมาก เห็ดหัวกรวดครีบเขียว

อาการหลังรับประทานเห็ดพิษ

1. กลุ่มที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ หลังรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้ จะไม่มีอาการในตอนแรก แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อผ่านไปแล้ว 4-6 ชั่วโมงเป็นต้นไป อาการเริ่มต้นคือคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางรายอาจมี อาการเกิดขึ้นช้ามากกว่า 10 ชั่วโมงหรือข้ามวันไปแล้ว หลังจากมีอาการผ่านไป 2-3 วัน การทำงาน ของตับจะเริ่มแย่ลง เอนไซม์ตับสูงขึ้น มีภาวะตับอักเสบ หากรุนแรงอาจเกิดตับวายและเสียชีวิตได้

2. กลุ่มที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อสลาย อาการเริ่มต้นคือคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย โดยจะมีอาการเร็วภายใน 6 ชั่วโมงหลังรับประทาน จากนั้นจะมีอาการ ของการบาดเจ็บ ของกล้ามเนื้อปวดเมื่อย ตามตัวร่วมด้วย รวมถึงปัสสาวะมีสีดำ หรือสีโค้ก เนื่องจากมีของเสีย ในกล้ามเนื้อรั่ว ออกมาปนอยู่ ในปัสสาวะ ในรายที่รุนแรงจะมีเกลือโพแทสเซียมที่รั่ว ออกมาจากกล้ามเนื้อมากจนมีหัวใจเต้นผิดจังหวะเสียชีวิตได้ นอกจากยังมีสารมัยโอโกลบินในกล้ามเนื้อรัวออกมาทำให้เกิดไตวายร่วมด้วย

3. กลุ่มที่ทำให้เกิดความผิดปกติ ต่อระบบทางเดินอาหาร หลังรับประทานเกิดความผิดปกติ กับระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย โดยจะมีอาการเร็วภายใน 6 ชั่วโมงหลังรับประทาน พิษจากเห็ดกลุ่มนี้จะไม่รบกวนอ วัยวะในระบบอื่น ผู้ที่มีอาการรุนแรง สามารถเสียชีวิต ได้เหมือนกับอาการท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษที่รุนแรง ทำให้ขาดน้ำรุนแรง เกิดภาวะช็อคหรือความดันตกและเสียชีวิตได้

4. การรักษาเมื่อรับประทานเห็ดพิษ หากเริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หลังรับประทานเห็ด ที่ไม่ได้ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้นานกว่า 6 ชั่วโมงต้องระวังว่าเป็นเห็ด ที่จะทำให้ มีตับอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์ แต่ถ้าหากเพิ่ง รับประทานเห็ดไป ไม่เกิน 6 ชั่วโมงแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อาจรักษาตัวเอง เหมือนอาการอาหาร เป็นพิษก่อนได้ แต่ถ้าหากอาการรุนแรง เช่น รับประทานไม่ไหว ดื่มน้ำเกลือแร่ไม่ไหว ปัสสาวะมีสีเข้ม หรือสีโค้ก ท้องเสียมาก อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อยเนื้อ ตัวร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติ ว่าคนไข้รับปร ะทานอะไรมาบ้าง ช่วงเวลาที่อาการแสดงเกิดขึ้นหลังรับประทาน ไปแล้วกี่ชั่วโมง หากว่าเพิ่งรับประทานอาหารไป แล้วมีอาการ แพทย์จะดู เรื่องเกลือแร่ หากพบเกลือแร่ และโพรแทสเซียมสูง มีการทำงานที่กล้ามเนื้อผิดปกติ ปัสสาวะสีเปลี่ยน จะทำการส่งปัสสาวะไป ตรวจว่ามีเม็ดสีจากมัยโอโกลบินออกมา หรือไม่ หากมีจะถูกจัดเป็นเคสรุนแรง หากมีอาการเฉพาะในทางเดินอาหารแพทย์ จะให้น้ำ และเกลือแร่เป็นหลัก ถ้าหากเป็นเห็ดพิษกลุ่ม ที่ทำให้ตับอักเสบ คือเริ่มมีอาการหลัง รับประทานเห็ดนานกว่า 6 ชั่วโมง นอกจากแพทย์จะรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียนก่อน ยังอาจให้ผงถ่านกัมมันต์ รับประทาน เพื่อเร่งการขับของพิษ ในรายที่ประวัติชัดเจนอาจให้ยาชนิดอื่นๆเพื่อต้านการอักเสบ ของตับร่วมด้วยจากนั้นติดตามตรวจการทำงาน ของตับ หากมีการอักเสบของตับ จะต้องให้ยาต่อหากไม่มีอาการอักเสบแพทย์จะหยุดให้ยา

ข้อควรปฏิบัติในการรับประทานเห็ด

ไม่ควรเก็บเห็ดมารับประทานเอง แต่ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ คือแหล่งที่มีการเพาะเห็ดเอง และทราบถึงชนิดของเห็ดแน่ชัด สำหรับการรับประทานเห็ดที่ไม่ใช่เห็ดพิษ ควรทำความสะอาดก่อนรับประทานด้วยน้ำสะอาดหลายน้ำ



ดาวโหลดแล้ว 0 ครั้ง
ดาวน์โหลด
จำนวนผู้เข้าชม 41 ครั้ง
NACC
PACC